บทความเกี่ยวกับไปป์

ตำนาน Dunhill Dead Root DR Grade 3 (1920) ไปป์ระดับ Holy Grail

ตำนาน Dunhill Dead Root DR Grade 3 (1920) ไปป์ระดับ Holy Grail

ตำนาน Dunhill Dead Root DR Grade 3 1920 Holy Grail

"ในเดือนพฤษภาคม 2026 ร้าน Vapourhouse ได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะชิ้นสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็น ‘ตำนานที่ยังมีลมหายใจ’ นั่นคือ ไปป์ Dunhill Dead Root DR Grade 3 ปี 1920 ซึ่งถือเป็นไปป์ระดับหาได้ยากยิ่งชิ้นหนึ่งของโลก

ภายในเวลาเพียงชั่วอึดใจหลังจากปรากฏตัว ไปป์ชิ้นนี้ก็ได้ถูกเปลี่ยนมือไปยังผู้ครอบครองใหม่เป็นที่เรียบร้อย ทว่าสิ่งที่ยังคงอยู่คือคุณค่าของข้อมูลและประวัติศาสตร์ที่ติดตัวมันมาด้วย ทางร้าน Vapourhouse จึงได้ปรึกษากับคุณ T.K. จาก ‘ไปป์มือสอง’ และเห็นตรงกันว่าคงเป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่ง หากเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้ต้องเลือนหายไปตามกาลเวลา

เราจึงรวบรวมข้อมูลจากการสืบค้นและบันทึกไว้เป็นบทความฉบับนี้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์อันลุ่มลึกและวิถีทางสังคมของสุภาพบุรุษในยุคก่อน ผ่านไปป์ Dunhill Dead Root DR Grade 3 (1920) ชิ้นนี้ ที่เป็นดั่งสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน"

ในวงการนักสะสมไปป์ Dunhill หนึ่งในรุ่นที่เป็นยอดปรารถนาก็คงไม่พ้นซีรี่ย์ Dead Root ซึ่งผลิตออกมาจำนวนน้อยมากๆ คัดจากไม้ที่สวยและดีที่สุด และตามมาด้วยราคาที่แพงเกือบจะที่สุด ( ไม่นับพวกไปป์รุ่นที่ใช้วัสดุพวกเพชร, เงิน, ทองมาประกอบ หรือรุ่นที่ทำเพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสพิเศษ ) ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมไปป์ตัวนี้ถึงจัดเป็น Holy Grail ก็คงต้องย้อนเหตุการณ์ไปเล่าถึงสังคมอังกฤษช่วงยุคทศวรรษ 1910s กันเสียก่อน
 
" ยุคต้นศตวรรษที่ 20 เมื่ออังกฤษยังหมุนรอบ “The Ton” "
 
หลายท่านคงเคยเห็นคำว่า “The Ton” ผ่านตามาบ้าง มันมาจากภาษาฝรั่งเศส le bon ton แปลว่า “มีมารยาทและรสนิยมที่ดี” นี่คือชื่อเรียกของกลุ่มประชากรระดับบนสุดในอังกฤษที่ไม่ใช่แค่รวยเท่านั้น แต่ต้องมีชาติกำเนิดสูง และสถานะทางสังคมดีร่วมด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้เราจะพบเจอได้ตามคลับเอ็กซ์คลูซีฟ, งานแข่งม้า Royal Ascot, งานแข่งเรือ Henley Royal Regatta ตลอดจนงานสังสรรค์ในคฤหาสน์นอกลอนดอนท่ามกลางคนรับใช้เกือบร้อยชีวิต คนกลุ่มนี้เป็นเป้าหมายหลักของการก่อตั้งแบรนด์ Dunhill อย่างแท้จริง
 
ในเรื่องของการเข้าสังคม สถานที่สำหรับกลุ่มสุภาพบุรุษชั้นสูงที่ถือเป็นที่สุดในยุคนั้นลำดับต้นๆ คือ White’s Club แถว St. James’s ในลอนดอน มีคำกล่าวว่า “คุณไปเดินบนดวงจันทร์ ยังง่ายกว่าเดินเข้า White’s” เพราะการจะเป็นสมาชิกที่นี่ คุณต้องลงคิวรอให้มีผู้เสนอชื่อ อาจเร็วหรือช้าเกือบทั้งชีวิต ไม่ได้สิทธิ์เลย หรือได้คิวโหวตแล้วถูก Blackballed ก็ขึ้นอยู่กับสถานะของคุณ
 
ส่วนเรื่องเล่าจากสมาชิกในยุคนั้น การเข้าคลับคุณก็ต้องทำตามกฎที่เคร่งครัด แต่ง White Tie ที่ควรตัดจาก Savile Row พกนาฬิกา Patek หรือ Dent (และไปป์ Dunhill มักเข้ามามีบทบาทเสริม) ปฎิบัติมารยาทผู้ดี สมาชิกคนอื่นๆ จะสังเกตคุณด้วยความเงียบ ว่าคุณมีระดับพอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักไหม 

 

" น้อยกว่า 10 ตัว จากกว่า 240,000 ตัว "

ไปป์ Dunhill Dead Root (DR) คาดว่าเริ่มทำออกมาครั้งแรกในราวปี 1910 ซึ่งจะใช้ไม้คนละแบบกับรุ่นปกติ โดย Alfred Dunhill เคลมไว้ว่าเป็นไม้ Calabrian อายุเกิน 100 ปี ที่ยืนต้นตายไปแล้วก่อนตัด โดยจะแบ่งเป็น 3 เกรดตามความสวย เกรดที่สูงสุดคือเกรด 3 ซึ่งใช้ระบบนี้จนถึงปี 1925 จึงเกิดเกรด 4 ขึ้นมา เพื่อรับกระแสความนิยมไปป์ Dunhill ในอเมริกา โดยในยุคใหม่ DR เกรด 1 จะเทียบเท่ากับ DR 1-2 stars, เกรด 2 เทียบเท่า DR 3-4 stars, เกรด 3 เทียบเท่า DR 5-6 stars และเกรด 4 ที่มาในปี 1925 เทียบเท่ากับ DRG - DRH
 
ในช่วงปี 1920 กำลังการผลิตไปป์ต่ออาทิตย์ เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-6,000 ตัว ส่วนไปป์ Dead Root ด้วยความที่ไม้ที่เกรดและคุณภาพถึงพอมีไม่เยอะ คาดว่าทั้งปีจะตกอยู่ที่ 100-150 ตัวเท่านั้นจากสองแสนกว่าตัว ซึ่งไปป์ DR เกรด 1 มีสัดส่วนการผลิตเฉลี่ยประมาณ 60%, เกรด 2 ราว 35%, และเกรด 3 สูงสุดมักจะเข้าเกณฑ์แค่ 5% หรือน้อยกว่านั้น จึงอาจมีเพียง 5-7 ตัว ทั้งหมดนี้ จะเป็น Alfred Dunhill เพียงคนเดียวที่เลือกว่าไปป์ตัวไหนจะได้ประทับตรา DR และไปป์ทั้งหมดมักจะถูกจับจองโดยลูกค้า VIP ก่อน ไม่ทันได้วางขายหน้าร้าน ส่วน DR เกรด 3 มันคือสิทธิ์ของ Elite ระดับ VVIP เท่านั้น ซึ่ง Dunhill จะเป็นฝ่ายพิจารณาว่าควรจะเสนอขายให้แก่ใครบ้างตามลำดับ
 

Square Stops สัญลักษณ์แห่งความเอ็กซ์คลูซีฟที่มีค่ามากกว่าเงินทอง

วิถีของชนชั้นสูงอังกฤษ The Ton การประกาศสถานะในที่อย่าง White’s มักกระทำผ่านความเงียบ เช่น มารยาทการวางตัว ความเนี๊ยบและสไตล์ของสูทที่ใส่ เครื่องใช้เครื่องประดับ และส่วนหนึ่งในนั้นก็คือไปป์ ทุกคนในคลับอาจมีเงินพอที่จะซื้อไปป์ Dunhill Bruyere หรือ Shell ได้สบาย แต่ถ้าคุณมีไปป์ DR คุณจะโดดเด่นขึ้น และยิ่งถ้าคุณหยิบไปป์ DR เกรด 3 ขึ้นมาสูบ มันก็เหมือนการตะโกนแบบไม่ต้องส่งเสียง เรียกความสนใจจากหมู่สุภาพบุรุษในคลับทันที เพราะสิ่งที่เงินสามารถหาซื้อมาได้ ไม่มีผลพอที่จะทำให้ใครใส่ใจ แต่สิ่งที่คุณมีในขณะที่คนอื่นไม่มีโอกาสครอบครอง อันนี้คือความพิเศษ และนักการตลาดอย่าง Alfred Dunhill รู้ถึงค่านิยมข้อนี้ดี เขาเลยสร้างซีรี่ย์ DR ขึ้นมา

----- หมายเหตุ -----
ไปป์ปี 1920 ตรา DUNHILL ตัว D จะไม่มีหาง คำจะยาวกว่าและอยู่บน LONDON
ยังไม่มีการปั๊ม Date code (ระบบปั๊มปี เริ่มใช้ปี 1921)
 
สัญลักษณ์ DR เกรด 1
Square Stops ปั๊มหลัง LONDON
ราคา 2 เท่า ของ Bruyere
 
สัญลักษณ์ DR เกรด 2
Square Stops ปั๊มหน้า LONDON
ราคา 3.6 เท่า ของ Bruyere
 
สัญลักษณ์ DR เกรด 3
Square Stops ปั๊มหลัง DUNHILL
ราคา 5.2 เท่า ของ Bruyere
 
สัญลักษณ์ DR เกรด 4 (ผลิตปีแรก 1925)
Square Stops ปั๊มหน้า DUNHILL
ราคา 8.4 เท่า ของ Bruyere
 
* John C. Loring ผู้เชี่ยวชาญด้านไปป์ Dunhill เคยพบการปั๊มสัญลักษณ์วงกลมหน้าตรา DUNHILL ในไปป์ DR ยุคก่อนปี 1920 เขาสันนิษฐานว่าเป็น DR ที่พบตำหนิก่อนให้เกรด เลยถูกปั๊มให้ต่างออกไป

 

" LONDON - NEW YORK - PARIS "
 
แต่ด้วยช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เศรษฐกิจของอังกฤษโดยรวมไม่สู้ดีนัก กลุ่ม The Ton บางส่วนได้รับผลกระทบ จากที่ดินที่ปล่อยเช่าได้น้อยลง ภาษีมรดกสูงขึ้น สวนทางกับค่าดูแลทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคนส่วนนี้ต้องแอบรัดเข็มขัด ลดความหรูหราฟุ่มเฟือยบางอย่าง ทาง Alfred ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จึงได้ตั้งเป้าขยายตลาดไปยังอเมริกาที่เศรษฐกิจกำลังบูมกว่า เขาเปิดสาขาที่ New York ในปี 1921 เพื่อตอบรับความต้องการของนักสูบกระเป๋าหนัก ที่พร้อมจ่ายเพื่อใช้ของที่ดีที่สุดจากยุโรปเท่าที่จะหาได้
 
นอกจากตลาดอเมริกาที่ดีวันดีคืน แบรนด์ Dunhill ก็เป็นที่ชื่นชอบของชาวฝรั่งเศสเช่นกัน Dunhill เปิดสาขาที่ Paris ในปี 1924 โดยพ่วงไปกับสินค้าแฟชั่น เครื่องหนังและของใช้ ต่อมาในปี 1925 ได้เกิด DR เกรด 4 ขึ้นมา เพื่อรองรับความปรารถนาไปป์ที่เอ็กซ์คลูซีฟขั้นสุด และในช่วงกลางทศวรรษนี้ Dunhill ยิ่งเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก เฉพาะไปป์ซีรี่ย์ DR อย่างเดียว ได้เพิ่มการผลิตจากเดิมที่ราว 100-150 ต่อปี สันนิษฐานว่าพุ่งไปถึงราว 200-250 ตัวต่อปีเลยทีเดียว
 
" ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ "
 
ไปป์ Dunhill จากปี 1918-1920 จึงอยู่ในช่วงรอยต่อของสังคมยุคเก่า-ใหม่ โดยเฉพาะไปป์ DR เกรด 3 ที่ถ้านับเป็นปัจจุบัน ก็คือการซื้อไปป์ Dead Root 6 stars ราคากว่า 150,000 บาท ซึ่งในอดีตมันเป็นทั้งของแพงหรูหราและวัตถุแสดงสถานะทางสังคม ไม่ต่างจากรถหรือนาฬิกา แม้ช่วงกลางทศวรรษ จะมี DR เกรด 4 ที่ราคาสูงขึ้นไปอีกออกมา แต่มันก็อยู่ในยุคที่ Dunhill วางขายให้คนที่มีกำลังซื้อได้ทั่วไป ไม่ว่าคุณจะสืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่า หรือเพิ่งร่ำรวยมาจาก Wall Street 
Dunhill Dead Root DR Grade 3 1920 Holy Grail ตัวนี้ มันจึงไม่ใช่แค่ไปป์เก่าแก่หายากอายุ 106 ปี ที่เดินทางผ่านทั้งช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเวลาที่มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ มาจนถึงยุคของเอไอเท่านั้น แต่มันพาประวัติศาสตร์จากสายตาของ Alfred Dunhill ที่บรรจงคัดเลือกแล้ววางมันไว้ในกลุ่มไปป์ที่ยอดที่สุดของเขา สวมสถานะสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านมือของชนชั้นสูงชาวอังกฤษ ที่ควักมันขึ้นมาสูบอวดเหล่า The Ton ด้วยกัน จนมาถึงยุคของเราในปัจุบัน

Dunhill Dead Root DR Grade 3 1920 Holy Grail 

• HIGHEST ‘Inner Tube’ Patent No. 5861/12

Extremely Rare from Alfred Dunhill Era
 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *