บทความเกี่ยวกับไปป์

ไปป์ Peterson Ebony คืออะไร ทำไมถึงแพง

ไปป์ Peterson Ebony คืออะไร ทำไมถึงแพง

ไปป์ Peterson Ebony คืออะไร ทำไมถึงแพง

สำหรับนักสูบที่หลงใหลในความคลาสสิกสไตล์ไอริชของแบรนด์ Kapp & Peterson คงจะคุ้นเคยกับไปป์ผิวเรียบสีน้ำตาล ผิวพ่นทรายสีเข้ม หรือผิวสลักลวดลายธรรมชาติกันเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า มีฟินิช (Finished) ระดับมาตรฐานอยู่รูปแบบหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเรียบหรู ดุดัน และจัดเป็นหนึ่งในฟินิชที่ "หายากที่สุด" ของแบรนด์ (รองจากผิวเปลือยธรรมชาติอย่าง Natural) นั่นคือผิว "Ebony" หรือฟินิชสีดำสนิทนั่นเอง

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าไปป์ผิวสีดำเรียบเนียนแบบนี้ทำมาจากไม้เนื้อดำ หรือไม้ Ebony แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไปป์ Peterson Ebony รังสรรค์ขึ้นจาก ไม้บราย (Briar) คุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการทำสีและเคลือบผิวสูตรเฉพาะจนได้พื้นผิวสีดำสนิทราว มอบลุคที่ดูโมเดิร์น สุขุม และพรีเมียมกว่าฟินิชทั่วไป

ทำไมไปป์ Peterson Ebony ถึงราคาแพงและหายาก?

หากลองเช็คในตลาดไปป์ระดับโลก จะพบว่าไปป์ผิวเรียบสีดำสนิทมักจะมีราคาสูงและขึ้น Out of stock อยู่บ่อยครั้ง เบื้องหลังมูลค่าที่สูงลิ่วและจำนวนที่น้อยนิดในตลาด เกิดจาก 3 เหตุผลหลักเชิงวิศวกรรมและงานฝีมือ ดังนี้:

  1. สัดส่วนการผลิตมีเพียง 3% ในโลก

จากข้อมูลของ Sykes Wilford ผู้บริหารของ Kapp & Peterson ระบุว่า ในแต่ละปีโรงงานผลิตไปป์ฟินิช Ebony ออกมาในสัดส่วนเพียง 3% เท่านั้น (และในอดีตยุคที่รุ่งเรืองที่สุดก็ไม่เคยเกิน 5-6%) ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบัน Peterson ได้ตัดสินใจยกเลิกการผลิตผิว Ebony ในไลน์อัปยอดนิยมอย่าง System Standard ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้มันกลายเป็นของสะสมที่หายากยิ่งขึ้นไปอีก

  1. กฎเหล็ก "Zero Blemishes" คัดเฉพาะบล็อคไม้ที่ไร้ตำหนิ

การทำไปป์ผิวเรียบสีดำสนิทเป็นงานที่ท้าทายที่สุดในโรงงาน เพราะสีดำจะขับให้เห็นรอยตำหนิ จุดทราย หรือหลุมอากาศขนาดเล็กบนเนื้อไม้บรายอย่างชัดเจน (ชัดกว่าสีย้อมโทนสว่างเสียด้วยซ้ำ) ดังนั้น บล็อคไม้บรายที่จะนำมาทำผิว Ebony ได้ จะต้องเป็นบล็อคไม้เกรดสูงสุดที่ "ไม่มีบกพร่องบนพื้นผิวเลยแม้แต่จุดเดียว" > หมายเหตุ: ช่างทำไปป์มักจะเลือกบล็อคไม้ที่ผิวเนียนกริบแต่ไม่มีลายไม้เด่นชัด (Grain) มาทำผิว Ebony เพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองไม้ที่มีลายสวยงามไปอย่างน่าเสียดาย

  1. กระบวนการผลิตสุดโหดที่ต้องวนซ้ำถึง 6 รอบ

Tony Whelan Jr. อดีตผู้จัดการโรงงาน Peterson เปิดเผยว่า ช่างฝีมือต้องใช้ส่วนผสมพิเศษทาอุดรอยพื้นผิวอย่างละเอียด ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงแล้วจึงขัดออก ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการย้อมสีดำด้วยมือ และพ่นสเปรย์เคลือบผิวชั้นบนสุด เพื่อให้ได้ความเงางามระดับ Low-Medium Luster ที่หรูหรา บ่อยครั้งที่ไปป์เล่มหนึ่งไม่ผ่าน QC และต้องถูกส่งกลับไปล้างผิวเพื่อทำใหม่ตั้งแต่ต้นสูงถึง 6 รอบ กว่าจะพร้อมส่งออกนอกโรงงาน

ข้อคิดก่อนตัดสินใจซื้อ: การดูแลรักษาไปป์ผิว Ebony

แม้ว่า ไปป์ Peterson Ebony จะมีความสวยงามไร้ที่ติ แต่อย่าลืมว่ามันคือ " Specialty Finish" ที่ต้องอาศัยความเอาใจใส่ในการดูแลรักษามากกว่าปกติ เนื่องจากผิวสเปรย์เคลือบสีดำอาจพองหรือลอกได้หากเจอความร้อนโดยตรง

  • เลี่ยงการเติมยาสูบเต็มปริ่มเบ้า: แนะนำให้บรรจุยาสูบเพียง 80% ของความลึกเบ้าไปป์ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนจากการเผาไหม้ขึ้นมาทำลายขอบเบ้าจนฟินิชสีดำพองตัว
  • เลือกใช้ไฟแช็กที่เหมาะสม: ควรใช้ไฟแช็กบิวเทนสำหรับสูบไปป์โดยเฉพาะ หรือที่หาซื้อได้ง่ายและราคาถูกคือ Clipper Mini Tube ที่มีเปลวไฟนุ่มนวลและบังคับทิศทางง่าย แทนการใช้ไฟแช็ก Zippo ที่เปลวไฟอาจกว้างจนเลียไปโดนผิวสีดำด้านนอก
  • เช็ดคราบเขม่าทันทีหลังสูบ: หากขอบเบ้าเกิดรอยด่างจากควันยาสูบ ให้ใช้นิ้วแตะน้ำลายเล็กน้อยทาลงบนรอยด่าง แล้วเช็ดออกทันทีด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ ผิวไปป์จะกลับมาดำเงาเหมือนเดิม (เคล็ดลับจากเว็บไซต์ Petersonpipenotes.org)

ไปป์ Peterson เนื้อผิวแบบ Ebony ไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับสูบยาสูบธรรมดา แต่เป็นชิ้นงานศิลปะที่กลั่นกรองมาจากความอดทนของช่างฝีมือชั้นครู และความเข้มงวดในมาตรฐาน QC ของ Kapp & Peterson ด้วยความหายากระดับ 3% ในตลาด ประกอบกับความเรียบหรูไร้รอยต่อ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหล่านักสะสมไปป์ทั่วโลก (รวมถึงในประเทศไทย) ถึงยอมจ่ายในราคาที่แพงกว่า เพื่อให้ได้ครอบครองไปป์สีดำชิ้นนี้ในคอลเลคชั่นส่วนตัว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *